วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

แบบฝึกหัดบทที่ 1

แบบฝึกหัดบทที่ 1
1. ระบบสารสนเทศคืออะไรและระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไรบ้าง
ตอบ ระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) เป็นระบบพื้นฐานของการทำงานต่างๆ จะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนคือ การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (input), การประมวลผล (processing), และผลลัพธ์ (output) และมีส่วนเก็บข้อมูล (storage) ในชีวิตประจำวันสารสนเทศจำเป็นกับมนุษย์ในปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ PDA ทำให้การติดต่อสื่อสารสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และเกิดความสะดวกสบายต่อมนุษย์ประกอบกับเป็นการตัดสินใจของเราในชีวิตประจำวันได้


2. ข้อมูลกับสารสนเทศ และสารสนเทศกับความรู้แตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ข้อมูลคือข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ สัญลักษณ์ หรือเสียง ความรู้ คือการรับรู้และการเข้าใจสารสนเทศในระดับที่สามารถวิเคราะห์ และสามารถ นำไปใช้แก้ปัญหาได้ในการดำเนินงาน ส่วนสารสนเทศนั้นคือข้อมูลที่ทำการประมวลผลแล้วสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน การตัดสินใจ และการคาดการณ์ในอนาคต


3. ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศทั่วๆไปมีอะไรบ้าง
ตอบ ระบบสารสนเทศทั่วๆไปจะประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่
1. การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input)
2. การประมวลผล (Processing)
3. ผลลัพธ์ (Output)


4. ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์(CBIS) คืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ตอบ ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์CBIS)คือ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่ใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-based information systems CBIS) ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 6 ส่วน ได้แก่
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
2. ซอฟต์แวร์ (Software)
3. ข้อมูล (Data)
4. การสื่อสารและเครือข่าย (Telecommunication)
5. กระบวนการทำงาน (Procedure)
6. บุคลากร (People)


5. จงยกตัวอย่างระบบใดๆ มา 1 ระบบพร้อมทั้งจําแนกส่วนประกอบและเป้าหมาย
ตอบ 1.ระบบ ร้านทำเสื้อ
2.ส่วนนำเข้า ผ้าเป็นผืน ด้าย กรรไกร จักรเย็บผ้า คนงาน
3.ประมวลผล การตัดการเย็บ
4.ผลลัพธ์ เสื้อสำเร็จรูป

แบบฝึกหัดบทที่ 4

แบบฝึกหัดบทที่ 4


1.จงอธิบายความหมายของคําต่อไปนี้ โปรโตคอล ,การแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์(EDI), บลูทูธ
ตอบ (1.) โปรโตคอล(Potocal)กฎหรือวิธีที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการสื่อสารข้อมูลซึ่งผู้ส่งข้อมูลจะต้องส่งข้อมูลในรูปแบบตามวิธีการสื่อสารที่ตกลงไว้กับผู้รับข้อมูลจึงจะสามารถสื่อสารกันได้
(2.)เป็นระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์การโดยใช้แบบฟอร์มของเอกสารที่มีรูปแบบสากล เช่น การส่งใบสั่งซื้อสินค้า ใบส่งของใบเรียกเก็บเงิน EDIช่วยให้การส่งเอกสารระหว่างผู้ผลิตและลูกค้าเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วลดการใช้กระดาษ ลดความซ้ำซ้อนและความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล
(3.) บลูทูธเป็นเทคโนโลยีที่ไร้สายส่งข้อมูลทางคลื่นวิทยุในแถบความถี่ 2.45 GHz สามารถสื่อสารเชื่อมต่อกันได้ในระยะสั้นๆไม่เกิน 10 เมตรเท่านั้น เช่น โทรศัพท์มือถือ PDA,Pocket PC,Notebook



2. ให้อธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ว่าแตกต่างกันอย่างไร (PAN , LAN , WLAN และ WWAN)
ตอบ (1.) PAN หรือเครือข่ายส่วนบุคคล แลกเปลี่ยนสารสนเทศและบริการเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เช่น บลูทูธตัวอย่างการใช้เครือข่ายส่วนบุคคล เช่นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง เครื่องPDAกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับการใช้อินเตอร์เน็ตและ E-Mail
(2.) LANเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบท้องถิ่นระยะทางการเชื่อมต่อไม่เกิน 10กิโลเมตรส่วนใหญ่ใช้ในองค์การ สำนักงาน เช่นเครือข่ายในมหาวิทยาลัย
(3.) WLANเป็นการเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายระยะใกล้โดยไม่มีการเดินสายสัญญาณอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อเรียกว่าแอกแซสพอยด์ นิยมใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebookและคอมพิวเตอร์แบบพกพา
(4.) WAN เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่มากภายในเครือข่ายประกอบด้วย LAN MAN สามารถครอบคลุมได้ทั้งประเทศหรือทั่วโลก



3.จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มา 3 ตัวอย่าง
ตอบ (1.) การใช้ PDA เป็นแผนที่ในการขับรถ
(2.) การใช้ GPRS ในโทรศัพท์มือถือ
(3.) การเช็คยอดเงินในธนาคารทางโทรศัพท์



4. ไวแม็กซ์ต่างจากไวไฟอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ไวแม็กซเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระดับบรอดแบรนด์บนมาตรฐานIEEE 802.16โดยสามารถส่งข้อมูลกระจายสัญญาณจากจุดหนึ่งไปยังหลายจุด (Point to Multipoint) ได้พร้อม ๆกัน


5. จงอธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลแบบไร้สาย(Wireless PAN หรือ WPAN) ที่บ้านและท่านจะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรบ้างในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายนี้
ตอบ (1.) ใช้ PDA ต่อกับ โทรศัพท์มือถือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยผ่านทาง บูลทูธ
(2.)ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลในการเล่นอินเตอร์เน็ตและส่ง E-MAIL


6. จงยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีการสื่อสารและเครือข่ายมา 2 ตัวอย่าง
ตอบ (1.) แนวโน้มอนาคตของการให้บริการ WI-FI จะขยายขอบเขตกว้างขึ้น
(2.)อนาคตการเชื่อมต่อบลูทูธจะขยายขอบเขตกว้างไปถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าเช่นการต่อเข้ากับโปรเจ็กเตอร์ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ในระยะใกล้ ๆได้ด้วย

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

แบบฝึกหัดบทที่ 5

แบบฝึกหัดบทที่ 5
1. Instant Messaging (IM) คืออะไรสามารถสนับสนุนกระบวนการดําเนินธุรกิจได้อย่างไรบ้างและช่วยลดค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ได้อย่างไร
ตอบ Instant Messaging ก็คือการสนทนาทางโทรศัพท์อย่างหนึ่งแต่เป็นในรูปของตัวอักษร พนักงานในบริษัททั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างใช้ IMเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สำหรับคนอีกจำนวนมาก IM คือการสื่อสารสำรองเมื่ออีเมล์มีปัญหาหรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆเทคโนโลยีที่ออกแบบมาสำหรับใช้สนทนาส่วนบุคคลชนิดตัวต่อตัวได้แทรกซึมมาถึงที่ทำงานแล้วนักธุรกิจจำนวนมากต่างหันมาใช้ IM ชนิดข้อความแทนการใช้โทรศัพท์และอีเมล์เนื่องจากพอใจในประสิทธิภาพที่รวดเร็วและคล่องแคล่วในการรับข้อมูลชนิดเรียลไทม์จากคู่ค้าซัพพลายเออร์ และเพื่อนร่วมงานที่ทำงานอยู่ห่งไกล


2. E-Commerce แตกต่างจาก E-Business อย่างไร
ตอบ อี-คอมเมิร์ช (E-Commerce) คือการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในทุกช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพื่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ทำเลที่ตั้งอาคารประกอบการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขายพนักงานแนะนำสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้า เป็นต้น จึงลดข้อจำกัดของระยะทาง และเวลาลงได้ E-Business (อี-บีสเน็ต) คือรูปแบบของการทำธุรกิจโดยอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ระบบเครือข่าย (Internet ,Intranet หรือ Extranet) พื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และ การจัดการด้านการตลาดสำหรับองค์กร หรือ หน่วยงาน หรือ ส่วนบุคคลเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพโดยรูปแบบของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบเครือข่าย และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ในองค์กรแบบ e-Business นั้นสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1.ระบบลูกค้าสัมพันธ์ เช่น ใช้ในการแสดงสินค้า และ บริการ รวมไปถึงการรับการสั่งซื้อสินค้า และบริการ สถานภาพของสินค้าและบริการต่าง ๆ
2.การติดต่อกับแหล่งวัตถุดิบ เช่น การค้นหาวัตถุดิบการสั่งซื้อวัตถุดิบ และ การตรวจสอบสถานภาพของวัตถุดิบที่สั่งซื้อ
3.การติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ และองค์กรที่เกี่ยวข้องเช่นธนาคารกรมศุลกากร
4.ลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานขององค์กร


3. จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการทำธุรกิจแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) , ธุรกิจกับลูกค้า (B2C) , ธุรกิจกับภาครัฐ (B2G)
ตอบ B2C มีแนวโน้มเกิดขึ้นยากในเมืองไทย
1. Business-to-Business (B2B) คือ การทำธุรกรรมระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันเอง เพื่อการค้าขายการจัดการ การผลิตหรือวัตถุดิบ เช่น การสั่งซื้อสินค้าสำหรับห้างสรรพสินค้าจากผู้ผลิตหรือการสั่งซื้อชิ้นส่วนที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ตัวอย่างการดำเนินงานในประเทศไทย ได้แก่ ระบบการนำเข้าและส่งออกระหว่างคู่ค้าโดยใช้อีดีไอ (EDI) ผ่านกรมศุลกากรหรือการติดต่อธุรกิจระหว่างสำนักงานใหญ่และตัวแทนจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตระบบ B2Bนี้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
2. Business-to-Consumer (B2C) คือ การทำธุรกรรมระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภคโดยตรง เป็นการซื้อขายตามปกติ เพียงแต่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกประเภทสามารถเริ่มหรือขยายฐานธุรกิจได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก
3. Business-to-Government (B2G) คือ การทำธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐส่วนใหญ่จะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่รัฐบาลมีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างแพร่หลายเช่นกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาจะทำการประกาศและจัดซื้อครุภัณฑ์โดยใช้ระบบอีดีไอผู้ที่สนใจจะค้าขายด้วยนั้นต้องสามารถใช้ระบบอีดีไอในการรับส่งข้อมูลได้


4. จงยกตัวอย่างปัจจัยที่ทําให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประสบความสําเร็จและล้มเหลวมาอย่างละ 5ข้อ
ตอบ การใช้ต้นทุนที่ต่ำ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าไร้ขีดจำกัดในเรื่องของเวลา มีการแข่งขันและชิงความได้เปรียบกัน


5. อินเตอร์เน็ตส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์กับลูกค้าอย่างไรบ้าง
ตอบ มีผลทำให้ผู้ที่ผลิตคิดค้นวิธีที่ดีขึ้นต่าง ๆ นานาเพื่อให้ผู้ที่ใช้มีความ สะดวกสบายและทันโลกเทคโนโลยีทให้มากที่สุด


6. อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์ต่อการให้บริการลูกค้าอย่างไรบ้าง
ตอบ ในด้านการศึกษาเราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลได้จากทุกๆ ในด้านการศึกษาเราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นคว้าหาข้อมูลได้จากทุกๆ ที่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการจากที่ต่าง ๆซึ่งอินเตอร์เน็ตจะทำหน้าที่เหมือนกับห้องสมุดขนาดยักษ์ส่งข้อมูลที่เราต้องการมาให้ถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือที่ทำงานของเราในเวลาไม่กี่วินาที.ประโยชน์ทางด้านการรับส่งข้อมูลข่าวสารผู้ใช้ที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตสามารถรับส่งข้อมูลผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail กับผู้ใช้คนอื่น ๆ ทั่งโลกโดยเสียค่าใช้จ่ายที่ต่ำด้านธุรกิจการค้าอินเตอร์เน็ตมีบริการ ซื้อ-ขาย สินค้าผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือ Teleshopping เราสามารถเลือกดูสินค้าพร้อมทั้งคุณสมบัติต่าง ๆ ผ่านจอคอมพิวเตอร์ของเราแล้วสั่งซื้อจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตได้ทันที บริษัทต่าง ๆ จึงมีการโฆษณาผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากขันทำให้ธุรกิจประเภทนี้มีเพิ่มมากขึ้น


7. ในยุคของความเจริญของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงการจําหน่ายซอฟต์แวร์ในรูปของซีดีรอมน่าจะลดน้อยลงและได้รับความนิยมน้อยกว่าการจําหน่ายโดยวิธีการดาว์โหลดผ่านทางอินเตอร์เน็ตแตในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้นการจําหน่ายซอฟ์แวร์ในรูปของซีดีรอมยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ท่านคิดว่าเพราะเหตุผลใด
ตอบ เพราะว่าการดาวน์โหลดแต่ละครั้งยังใช้เวลานานอยู่เป็นผลเสียกับคอมพิวเตอร์ของเราโดยตรง เช่น มีไวรัสติดเข้ามาสปายแวร์บ้าง ขยะต่าง ๆ ทำให้เครื่องอาจมีปัญหาภายหลังหลังได้ดั้งนั้นผู้คนจึงนิยมใช้ซีดีรอมเหมือนเดิม

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

แบบฝึกหัดบทที่ 3

แบบฝึกหัดบทที่ 3

1. จงระบุความหมายของคําศัพท์ดังต่อไปนี้ฐานข้อมูล(Database),คลังข้อมูล(DataWarehouse) , ดาต้ามาร์ท (Data Mart) , ดาต้าไมนิ่ง (Data Mining) และการประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)
ตอบ (1.) ฐานข้อมูล (Database)
(2.) คลังข้อมูล (Data Warehouse) คือที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและหลากหลายชนิดเข้าด้วยกันเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์กรโดยข้อมูลในคลังอาจได้มาจากแหล่งภายนอกองค์กร
(3.) ดาต้ามาร์ท (Data Mart) คลังข้อมูลขนาดเล็กมีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีขนาดของข้อมูลและค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการจัดทำคลังข้อมูล มีระยะเวลา ที่สั้นกว่านำไปประยุกต์ใช้ในระบบสนับสนุนการ ตัดสินใจในหน่วยงานสะดวกกว่าการใช้คลังข้อมูล กลางขององค์กร
(4.) ดาต้าไมนิ่ง (Data mining) เป็นเทคนิคในการสกัด (Extract)ข้อมูลและประมวลผล ข้อมูลในเชิงวิเคราะห์ชั้นสูงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สมารถค้นหา รูปแบบ แนวโน้ม พฤติกรรมและความสัมพันธ์ที่ซ่อน อยู่ภาย ในข้อมูลเพื่อให้ได้ความรู้ใหม่
(5.) การประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP)เป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหา และวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว



2.จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานปฏิบัติการขององค์กร
ตอบ พนักงานสามารถเข้าถึงได้เพราะเป็นคลังข้อมูลขนาดเล็กมีลักษณะเฉพาะเจาะจงค่าใช้จ่ายไม่มาก ใช้เวลาในการทำสั้น และไม่ซับซ้อน



3. ธุรกิจอัจฉริยะ หรือ Business Intelligence คืออะไรและมีการนําไปใช้งานอะไร
ตอบ การใช้ข้อมูลองค์การที่มีคุณค่ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการดำเนินการของธุรกิจโดยทั่วไปจะเกี่ยวกับการเข้าใช้งานข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลการพบโอกาสใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจหน้าที่หลัก ๆ ของมันคือการสนับสนุนการตัดสินใจ การรายงานการประมวลผลเชิงวิเคราะห์แบบออนไลน์ (OLAP) การวิเคราะห์ทางสถิติการพยากรณ์ การทำดาต้าไมนิ่ง (Data mining)



4. จงยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ดาต้าไมนิ่งในธุรกิจอื่นๆที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในบทนี้มาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. คลินิค 2.ประกันภัยรถ 3. ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลเว่น



5. จากปัญหาของแฟ้มข้อมูลที่ได้กล่าวในตอนต้นของบทนี้ ท่านคิดว่าคลังข้อมูลและดาต้าไมนิ่งช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรบ้าง
ตอบ คลังข้อมูลถูกออกกแบบมารับการเลือก การกรั่นกรอง การปรับแก้ไข และทำมาตรฐานเดียวกับเพื่อช่วยให้ใช้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสมารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็วและจะจัดเก็บข้อมูลที่สนใจและเป็นประโยชน์ต่อการนำมาประมวลผล Location